การบูลลี่ คืออะไร

การบูลลี่ หรือ การกลั่นแกล้ง คือ พฤติกรรมรุนแรงทางกาย วาจา หรือทางสังคม ที่กระทำต่อผู้อื่นโดยเจตนาและซ้ำๆ ทำให้ผู้ถูกกระทำรู้สึกเจ็บปวด ถูกคุกคาม อับอาย หรือด้อยค่า สิ่งสำคัญที่ทำให้การกลั่นแกล้งแตกต่างจากการทะเลาะวิวาททั่วไปคือ

ความไม่สมดุลของอำนาจ (Power Imbalance) ซึ่งหมายถึงผู้กระทำมีอำนาจเหนือกว่าผู้ถูกกระทำ ไม่ว่าจะเป็นทางร่างกาย สังคม หรือจิตวิทยา ทำให้ผู้ถูกกระทำยากที่จะปกป้องตัวเอง

ตอนที่ 1 : ประเภท พฤติกรรมของการบูลลี่

ตอนที่ 2 : จะรู้ได้อย่างไรว่าใครกำลังถูกบูลลี่

ตอนที่ 3 : ผลกระทบทางจิตวิทยาและสังคมของการบูลลี่

ตอนที่ 4 : การป้องกันและแก้ไขปัญหาการบูลลี่ในโรงเรียนและที่ทำงาน

ตอนที่ 5 : สรุป

ประเภท พฤติกรรมของ การบูลลี่

การบูลลี่
  1. ทางกาย (Physical Bullying)
  • เป็นการกลั่นแกล้งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดและเป็นการทำร้ายร่างกายโดยตรง ทำให้เกิดความเจ็บปวดทางกายและอาจมีบาดแผลหรือรอยฟกช้ำ 
  • พฤติกรรม: การผลัก, ตี, เตะ, ต่อย, หยิก, ดึงผม, สะดุดขา, ขโมยหรือทำลายข้าวของ, ใช้กำลังบังคับ, ข่มขู่ด้วยการแสดงท่าทางคุกคาม

 

  1. ทางวาจา (Verbal Bullying)
  • เป็นการใช้คำพูดหรือการสื่อสารด้วยเสียงเพื่อทำร้ายจิตใจผู้อื่น แม้ไม่มีบาดแผลทางกาย แต่สร้างความเจ็บปวดทางอารมณ์อย่างลึกซึ้ง
  • พฤติกรรม: การล้อเลียน (เช่น ล้อชื่อพ่อแม่, ล้อปมด้อยเรื่องรูปร่างหน้าตา, ฐานะ), การดูถูก, การเรียกชื่อแปลกๆ, การนินทา, การปล่อยข่าวลือ, การข่มขู่ด้วยคำพูด, การตะคอก, การใช้คำหยาบคาย, การวิจารณ์ในทางลบอย่างต่อเนื่อง

 

  1. ทางสังคม (Social / Relational Bullying)
  • เป็นการกลั่นแกล้งที่มุ่งทำลายความสัมพันธ์ทางสังคมหรือชื่อเสียงของบุคคล ทำให้ผู้ถูกกระทำรู้สึกโดดเดี่ยวและถูกกีดกันออกจากกลุ่ม แต่การเข้ากลุ่ม หวยไว เป็นอีกทางเลือกที่ดีที่สุด
  • พฤติกรรม: การกีดกันไม่ให้เข้าร่วมกลุ่มหรือกิจกรรม, การแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นหรือไม่สนใจ, การปล่อยข่าวลือที่เป็นเท็จเพื่อทำลายชื่อเสียง, การยุยงให้คนอื่นไม่คบหาด้วย, การทำให้อับอายในที่สาธารณะ, การควบคุมความสัมพันธ์

 

  1. ไซเบอร์บูลลี่ (Cyberbullying)
  • เป็นการกลั่นแกล้งที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์หรือผ่านช่องทางดิจิทัล ซึ่งสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ทำให้ผู้ถูกกระทำรู้สึกถูกคุกคามได้ตลอดเวลา
  • พฤติกรรม: การโพสต์ข้อความ, รูปภาพ, หรือวิดีโอที่ทำให้อับอายหรือเสียหายบนโซเชียลมีเดีย, การส่งข้อความข่มขู่หรือคุกคาม, การสร้างบัญชีปลอมเพื่อกลั่นแกล้งหรือปลอมตัวเป็นผู้อื่น, การแชร์ข้อมูลส่วนตัวของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต, การตัดต่อรูปภาพเพื่อทำให้เสียหาย, การกีดกันออกจากกลุ่มออนไลน์

 

  1. การกลั่นแกล้งประเภทอื่นๆ (Specific Forms of Bullying)
  • การกลั่นแกล้งทางเพศ (Sexual Bullying): การใช้คำพูด การกระทำ หรือการแสดงออกที่เกี่ยวข้องกับเพศอย่างไม่เหมาะสม เช่น การคุกคามทางเพศ, การล้อเลียนเรื่องเพศสภาพ, การส่งข้อความหรือรูปภาพอนาจาร
  • การกลั่นแกล้งจากการเลือกปฏิบัติ (Prejudicial Bullying): การกลั่นแกล้งโดยอ้างอิงจากลักษณะเฉพาะของบุคคล เช่น เชื้อชาติ, ศาสนา, เพศ, รสนิยมทางเพศ, ความพิการ, หรือรูปลักษณ์ภายนอกที่แตกต่าง

จะรู้ได้อย่างไรว่าใครกำลังถูกบูลลี่

การบูลลี่

รูปแบบของ การบูลลี่

✅ ทางวาจา

  • ด่า เหน็บแนม ล้อเลียน เช่น เรื่องหน้าตา น้ำหนัก สีผิว ฐานะ หรือเพศ
  • เช่น อ้วนเหมือนหมู , ดำเหมือนถ่าน

 

✅ ทางร่างกาย

  • ผลัก ตบ เตะ ทำร้ายร่างกาย หรือทำลายข้าวของ

 

✅ ทางสังคม

  • กีดกันไม่ให้เข้ากลุ่ม, ทำให้เสียชื่อเสียง, สร้างข่าวลือ
  • เช่น การตั้งกลุ่มแชตลับด่าลับหลัง

 

✅ ผ่านโลกออนไลน์

  • โพสต์ด่า/ล้อ/ขู่บนโซเชียลมีเดีย
  • แพร่ภาพหรือข้อความที่ทำให้คนอื่นเสียหาย

วิธีรับมือกับ การบูลลี่

  • อย่าโต้กลับด้วยความรุนแรงหลีกเลี่ยงหรือพูดออกมาอย่างมั่นใจ
  • บอกพ่อแม่ ครู หรือผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้
  • เก็บหลักฐานหากเกิดบนโลกออนไลน์
  • สร้างความเข้มแข็งด้านจิตใจและมองเห็นคุณค่าตนเอง

ผลกระทบทางจิตวิทยาและสังคมของ การบูลลี่

  1. ผลกระทบต่อเหยื่อ

ปัญหาสุขภาพจิต

  • ภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล: รู้สึกเศร้า หดหู่ สิ้นหวัง มีอาการนอนไม่หลับ หรือฝันร้าย
  • ความนับถือตนเองต่ำ: รู้สึกไร้ค่า ไม่มั่นใจในตัวเอง มองโลกในแง่ลบ
  • ความเครียดและอาการทางกาย: ปวดหัว ปวดท้อง คลื่นไส้ หรือมีอาการเจ็บป่วยทางกายที่หาสาเหตุไม่ได้
  • ความคิดอยากทำร้ายตัวเองหรือฆ่าตัวตาย: ในกรณีที่รุนแรง เหยื่ออาจรู้สึกหมดหนทางและคิดที่จะจบชีวิตตัวเอง
  • อาการหวาดระแวง: กลัวการเข้าสังคม กลัวที่จะไปโรงเรียนหรือที่ทำงาน

 

ปัญหาด้านการเรียน/การทำงาน

  • ผลการเรียนตกต่ำ: ขาดสมาธิ ไม่สามารถจดจ่อกับการเรียนได้
  • ประสิทธิภาพการทำงานลดลง: ขาดแรงจูงใจ ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ
  • ขาดเรียน/ขาดงานบ่อย: พยายามหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ถูกบูลลี่

 

ปัญหาด้านสังคม

  • การแยกตัว: หลีกเลี่ยงการเข้าสังคม เก็บตัวอยู่คนเดียว
  • ความยากลำบากในการสร้างความสัมพันธ์: ไม่ไว้วางใจผู้อื่น กลัวการถูกปฏิเสธหรือถูกทำร้ายซ้ำ
  • ขาดทักษะทางสังคม: อาจไม่กล้าแสดงออก หรือไม่สามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ปัญหาทางกาย

  • บาดแผลหรือรอยฟกช้ำจากการกลั่นแกล้งทางกาย
  • ปัญหาการกิน เช่น กินมากไปหรือน้อยไป
  1. ผลกระทบต่อผู้กระทำ
  • แนวโน้มที่จะใช้ความรุนแรง: อาจพัฒนาไปสู่พฤติกรรมรุนแรงอื่นๆ ในอนาคต เช่น การทะเลาะวิวาท การก่ออาชญากรรม
  • ปัญหาการปรับตัวทางสังคม: อาจมีปัญหาในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและยั่งยืนกับผู้อื่น
  • การติดสารเสพติด: มีแนวโน้มที่จะใช้ยาเสพติดหรือแอลกอฮอล์
  • ปัญหาทางกฎหมาย: ในบางกรณี พฤติกรรมการกลั่นแกล้งที่รุนแรงอาจนำไปสู่การดำเนินคดีทางกฎหมาย
  • การขาดความเห็นอกเห็นใจ: อาจพัฒนาเป็นคนที่ไม่เข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น ขาดความเห็นอกเห็นใจ และไม่สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งได้

 

  1. ผลกระทบต่อผู้เห็นเหตุการณ์
  • ความรู้สึกผิดและละอายใจ: หากไม่ได้เข้าไปช่วยเหลือ อาจรู้สึกผิดหรือละอายใจในภายหลัง
  • ความวิตกกังวลและความกลัว: กลัวว่าจะถูกบูลลี่เองหากเข้าไปยุ่งเกี่ยว หรือกลัวว่าสถานการณ์จะแย่ลง
  • การลดทอนความเห็นอกเห็นใจ: หากเห็นการกลั่นแกล้งบ่อยครั้ง อาจทำให้รู้สึกชาชินและลดความเห็นอกเห็นใจต่อผู้อื่นลง
  • การเรียนรู้พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม: บางรายอาจเลียนแบบพฤติกรรมการกลั่นแกล้งเพื่อให้ตนเองเป็นที่ยอมรับ หรือเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบูลลี่
  • ความรู้สึกไม่ปลอดภัย: สภาพแวดล้อมที่มีการกลั่นแกล้งเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทำให้ผู้เห็นเหตุการณ์รู้สึกไม่ปลอดภัยและไม่ไว้วางใจผู้อื่น และหันมาเล่น หวยไว แทน

การป้องกันและแก้ไขปัญหา การบูลลี่ ในโรงเรียนและที่ทำงาน

การบูลลี่

ในโรงเรียน

✅ การป้องกัน

  1. สร้างวัฒนธรรมเคารพความแตกต่าง: ปลูกฝังเรื่องความหลากหลาย ความเท่าเทียม ผ่านกิจกรรมในห้องเรียน ส่งเสริมให้นักเรียนมี “Empathy” หรือความเข้าใจในผู้อื่น
  2. อบรมครูและบุคลากรทางการศึกษา: ให้สามารถสังเกตพฤติกรรมที่เสี่ยงบูลลี่ จัดการกับสถานการณ์อย่างมืออาชีพ โดยไม่ซ้ำเติมผู้ถูกบูลลี่
  3. มีช่องทางร้องเรียนที่ปลอดภัย: เช่น กล่องรับเรื่องร้องเรียนแบบไม่เปิดเผยชื่อ หรือแชตกับครูแนะแนวในระบบออนไลน์
  4. สร้างทีมเพื่อนช่วยเพื่อน: ตั้งกลุ่มนักเรียนอาสา (peer support) ที่คอยสังเกต ดูแลเพื่อนร่วมชั้น

 

✅ การแก้ไข

  • สอบสวนอย่างเป็นธรรม ไม่เข้าข้างใคร
  • ให้คำปรึกษาทั้งผู้ถูกรังแกและผู้กระทำ บางคนบูลลี่เพราะปัญหาครอบครัว หรือความกดดันอื่น 
  • บันทึกและติดตามพฤติกรรม เพื่อลดเหตุซ้ำ
  • จัดกิจกรรม ปรับความเข้าใจอย่างสร้างสรรค์ (ไม่ใช่แค่การลงโทษ)

ในที่ทำงาน

✅ การป้องกัน

  1. นโยบายองค์กรต้องชัดเจน: ประกาศอย่างเป็นทางการว่า องค์กรไม่ยอมรับการกลั่นแกล้งทุกรูปแบบ ระบุบทลงโทษและขั้นตอนการร้องเรียนอย่างโปร่งใส
  2. อบรมหัวหน้างานและพนักงานทุกระดับ: สร้างความเข้าใจเรื่อง อำนาจ vs การล่วงละเมิดฝึกทักษะการสื่อสารแบบไม่ก้าวร้าว
  3. ส่งเสริมวัฒนธรรมการทำงานที่เคารพกัน: เช่น ชมเชยอย่างจริงใจ ไม่เปรียบเทียบ จัดกิจกรรมทีมเวิร์ก และสื่อสารข้ามแผนก

 

✅ การแก้ไข

  • รับฟังผู้ถูกร้องเรียนโดย “ไม่ตัดสิน”
  • สอบสวนโดยใช้บุคคลที่เป็นกลาง
  • ให้การสนับสนุนทางจิตใจ เช่น พบผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต
  • หากพบว่ามีพฤติกรรมบูลลี่จริง มีการเตือน ปรับพฤติกรรม หรือโยกย้ายงานตามเหมาะสม

สรุป

พฤติกรรมที่แสดงออกเพื่อกดขี่ ล้อเลียน หรือทำร้ายผู้อื่นซ้ำๆ ทั้งทางร่างกาย วาจา หรือจิตใจ มักเกิดในโรงเรียน ที่ทำงาน หรือออนไลน์ ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตและความมั่นใจของผู้ถูกกระทำ การสร้างความเข้าใจและสังคมที่ปลอดภัยคือกุญแจสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหานี้